หน้าแรก บทความพิเศษ ระวังมือที่สาม

ระวังมือที่สาม

863
0
แบ่งปัน

หลังจากที่ห่างหายไปนานสำหรับกรณีแฟนบอลตีกันระหว่างแฟนบอลของ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด กับ แฟนบอลการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งทั้งสองทีมถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

เหตุการณ์ล่าสุดต้องย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นแฟนบอลของทั้งสองทีมตีกันจนเป็นเรื่องใหญ่โต สุดท้ายบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกในสมัยนั้นตัดสินให้ตัดทั้ง 2 ทีมทีมละ 9 แต้ม พร้อมกับปรับอีก 3 แสนบาท และห้ามแฟนทั้งสองทีมเข้าชมเกม 3 นัด

นั่นเป็นเหตุการณ์ในอดีต!!!

ผ่านมา 2 ปีนึกว่าแฟนบอลจะเลิกแล้วต่อกัน มีจิตสำนึกที่ดีขึ้นตามการพัฒนาของฟุตบอลไทย

ทว่าในเกมฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบรองชฯะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เหตุการณ์เดิมๆกลับเกิดซ้ำอีกครั้ง แฟนบอลของทั้งสองทีมปะทะกันหลังเกมการแข่งขันที่ผลในสนามเสมอกัน 1-1 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน แต่ที่สาหัสก็ประมาณ 2-3 คนซึ่งตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล บางรายหนักถึงขั้นต้องเข้าห้องไอซียูเลยทีเดียว

image

หลังเกิดเหตุทั้งสองทีมต่างหาความชอบธรรมให้กับตัวเองโดยที่ฝั่งเจ้าบ้านก็บอกว่าแฟนท่าเรือเป็นฝ่ายเริ่มก่อน มีการปาระเบิดปิงปองใส่แฟนเจ้าถิ่น ขณะที่แฟนท่าเรือเองก็ระบุว่าแฟนเจ้าถิ่นเริ่มก่อน โดยมีการมาดักทำร้ายกันระหว่างเดินทางกลับ สุดท้ายแล้วก็บาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ แต่ที่หนักที่สุดคือสโมสร ที่ต้องมารับบทลงโทษจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการลงโทษทั้งสองทีมหนักว่าเดิม และอาจรุนแรงจนถึงเพิกถอนใบอนุญาตของทั้งสองทีม เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ซ้ำซาก

หากเป็นเช่นนั้นจริงคือการตัดแต้มมากกว่า 9 แต้ม ทั้ง 2 สโมสรเตรียมประกาศยุบสโมสรทันที เพราะเห็นว่าเป็นการลงโทษเกินกว่าเหตุ

ในอดีตหากจำกันได้เคยมีเหตุการณ์แฟนบอลปะทะกันในเกมโตโยต้าลีกคัพมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นสมาคมฟุตบอลได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อนรวจสอบเรื่องนี้ โดยที่ไม่ได้มีการตัดแต้มแต่อย่างใดเนื่องจากเป็นฟุตบอลถ้วย

แต่ครั้งนี้สมาคมฯเอาจริงเตรียมตัดแต้มทั้ง 2 ทีมแม้ว่าจะเป็นฟุตบอลถ้วยก็ตาม

ทั้งสองเหตุการณ์คล้ายกัน แต่ทำไมบทลงโทษถึงต่างกัน?

สาเหตุที่บทลงโทษต่างกันเป็นเพราะว่าโครงสร้างการบริหารงานของสมาคมในอดีตกับปัจจุบันต่างกัน สมาคมฯชุดเก่ามีการแยกโครงสร้างการดูแลการแข่งขันชัดเจนคือ ฟุตบอลลีกจะดูแลโดยบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ส่วนฟุตบอลถ้วยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลปัญหาเป็นเคสๆไป แต่อยู่ภายใต้สมาคมฯ

image

ส่วนสมาคมฯชุดใหม่จะไม่มีการแยกคณะกรรมการดูแล ฟุตบอลไทยลีกและฟุตบอลถ้วยทุกรายการสมาคมฯจะเป็นผู้ดูแลเอง ดังนั้นจึงมีสิทธิ์ที่จะลงโทษตามเห็นสมควร

หลังจากนี้ทุกสายตาจับจ้องไปยังท่าทีของสมาคมฯว่าจะตัดสินเรื่องนี้เช่นไร จะทำตามที่ข่าวออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ หรือจะให้โอกาสทั้งสองทีมในการกลับไปดูทีมตัวเอง

แต่หากตัดแต้มจริงและสโมสรยุบทีมจริง ถือว่าเรื่องใหญ่ และเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอล แต่ที่น่าเป็นห่วงคือนักเตะและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าหน้าที่ทีม เจ้าหน้าที่สโมสร ลูกเมียและครอบครัวนักเตะ สโมสรจะมีมาตรการเยียวยาอย่างไร สมาคมฯจะมีการดูแลอย่างไรยังเป็นเรื่องที่น่าคิด

บางการตัดแต้มอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่การหันหน้าเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา ออกกฎมาตรการที่เข้มงวดมาจัดการกับปัญหาเหล่านี้น่าจะดีกว่า

ที่สำคัญแฟนบอลต้องพัฒนาตัวเองให้ทัดเทียมฟุตบอลที่กำลังพัฒนา

ไม่ใช่เอะอะก็ใช้กำลังในการตัดสินปัญหา ผลสุดท้ายสโมสรก็มาเดือดร้อนกับผลการกระทำแบบสิ้นคิด

บางทีปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากทั้งสองฝั่ง

แต่บางทีอาจเกิดจากมือที่สาม อย่างเช่นกรณีนี้ก็ได้

ราชาลูกหนัง….

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here