หน้าแรก ข่าวฟุตบอลไทย “ไทยลีก” จับมือ “1 Play Sports” ถ่ายทอดไทยลีก 15 ประเทศทั่วเอเชีย

“ไทยลีก” จับมือ “1 Play Sports” ถ่ายทอดไทยลีก 15 ประเทศทั่วเอเชีย

63
0
แบ่งปัน

บริษัท ไทยลีก จำกัด แถลงการณ์ความร่วมมือกับ 1 Play Sports ผู้ผลิตคอนเท้นต์กีฬาทางรูปแบบออนไลน์ชั้นนำของสิงคโปร์ ในการ Online Streaming การแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก ออกไปยัง 15 ประเทศทั่วเอเชีย จนจบฤดูกาลนี้ หลังได้รับความสนใจ จากการที่มีนักฟุตบอลทีมชาติจากอาเซียนอยู่ในไทยลีกมากขึ้น

การร่วมมือกันครั้งนี้ จะมีการเก็บสถิติรายงานเรตติ้ง จากการส่งสัญญาณแบบ OTT (Over-The-Top) อันเป็นบริการสื่อสาร แพร่ภาพและเสียงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่ให้แฟนบอลชมโดยแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการเริ่มต้นสร้างมูลค่าฟุตบอลไทยในต่างประเทศ โดยเริ่มจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ซึ่ง 1 Play Sports ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรในเรื่องของช่องทาง Online Streaming ออกไปสู่แฟนบอลในต่างแดน โดยจะมีการออกอากาศทาง Facebook และ Youtube ของ 1 Play Sports จำนวน 4 คู่ต่อสัปดาห์ จนจบ โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020

กรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด เปิดเผยว่า “เรามีแผนที่จะเปิดตลาดไทยลีกไปยังประเทศเพื่อนบ้านมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และทำอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากการเปิดโควต้าอาเซียน เพื่อดึงดูดความสนใจของแฟนบอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“แน่นอนว่า ไทยลีกได้รับความสนใจทันที ที่มีนักฟุตบอลจากทีมชาติจากอาเซียนได้เข้ามาค้าแข้งกับสโมสรไทยมากขึ้น เมื่อเกิดความสนใจ ก็ต้องมีช่องทางให้พวกเขาได้ดู ได้ติดตามนักฟุตบอลชาติของเขาทุกสัปดาห์ อย่างไรก็ตามฟุตบอลไทยลีก ณ เวลานี้ ก็ยังนับว่าใหม่มากในตลาดฟุตบอลต่างประเทศทั้งในเชิงของมูลค่าและความนิยม ดังนั้นเราเล็งเห็นว่าการจับมือกับ 1 Play Sports ซึ่งได้เข้ามาช่วยลงทุนในการนำฟุตบอลไทยลีกไปบุกตลาดต่างประเทศ ผ่านการสตรีมมิ่งทางโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรก ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยจะมีการเลือกสตรีมมิ่งออกไปสัปดาห์ละ 4 คู่ เน้นไปที่คู่ที่มีนักเตะอาเซียนเป็นหลัก และมีการ Online Streaming ไปยังประเทศในอาเซียนและเอเชียใต้ โดยเริ่มตั้งแต่นัดที่ 5 ของไทยลีก 1 เป็นต้นมา”

ขณะที่ เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายออกใบอนุญาตสโมสรกล่าวว่า “ผมมองว่า การบุกเบิกครั้งนี้ ส่งผลดีต่อฟุตบอลไทยในอนาคต เพราะนี่ถือเป็นก้าวแรกในการนำไทยลีกไปสู่ระดับนานาชาติ ก่อนที่เจ้าของลิขสิทธิ์ใหม่จะเข้ามาเต็มตัวในฤดูกาลหน้า ซึ่งหากกระแสตอบรับดี ก็อาจจะมีการถ่ายทอดสดไปยังช่องโทรทัศน์หรือออกอากาศสู่ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย หรือทวีปอื่นต่อไป ที่สามารถก่อให้เกิดรายได้ที่มากขึ้นกับสโมสร ”